เลือกตั้ง 2566 : เช็คข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง อะไรบ้างที่ทำไม่ได้

เลือกตั้ง 2566 : เช็คข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง อะไรบ้างที่ทำไม่ได้

.

ในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ข้อที่ประชาชนควรระวังหลักๆ คือ

- เบอร์ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตที่ต้องจดจำให้ดี เพราะในบัตรเลือกจะมีแต่เบอร์ผู้สมัคร ส.ส. แต่ไม่มีข้อมูล ชื่อ-นามสกุล หรือโลโก้พรรค

- ต้องทำเครื่องหมาย “กากบาท” เครื่องหมายเดียวเท่านั้นในบัตรเลือกตั้งในช่องสำหรับกา

- เลือกได้เบอร์เดียว หากทำเครื่องหมายอื่น หรือเขียนข้อความ จะเป็นบัตรเสีย

นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยังมีข้อควรระวังอื่นๆ อีกที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนด หากฝ่าฝืนจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง เสี่ยงต้องรับโทษ มาดูกันเลยว่า มีข้อห้ามใดบ้างที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรรู้

*** ห้ามโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง

- ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 (วันก่อนเลือกตั้งหนึ่งวัน) จนจบวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ห้ามไม่ให้ผู้ใด โฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองก็ตาม

- ตัวอย่างของการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการโฆษณาหาเสียง เช่น

• ใส่เสื้อ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฯลฯ ที่มีสัญลักษณ์โลโก้พรรคการเมือง หรือมีสีและหมายเลขพรรคการเมือง

• โพสต์ข้อความ อัพโหลดภาพหรือคลิปที่มีเนื้อหา ลงบนโซเชียลมีเดีย

• แจกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหาเสียง บริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้ง

*** ห้ามจำหน่าย-แจกสุราในเขตเลือกตั้ง

กฎหมายเลือกตั้ง ห้ามไม่ให้ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง

- ห้ามตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2566 เวลา 18.00 น. ไปจนถึง 14 พฤษภาคม 2566 เวลา 18.00 น.

- หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 147)

*** ห้ามพนันขันต่อผลการเลือกตั้ง

- หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1- 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้เล่นมีกำหนด 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้จัดให้มีการเล่น

*** ห้ามเปิดเผยโพลสำรวจความเห็นช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้ง

- กฎหมายเลือกตั้ง ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหว่างเวลาเจ็ดวันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน (7 พฤษภาคม - 14 พฤษภาคม 2566)

- หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

*** ห้ามซื้อสิทธิ-ขายเสียง โดยการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย มีดังนี้

1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด

3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ ยกเว้นการใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตน หาเสียงให้แก่ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดงมหรสพ

4) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

สำหรับผู้ที่ “ซื้อเสียง” ฝ่าฝืนกรณีที่กฎหมายกำหนดห้าข้อด้านต้น มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี (มาตรา 158 - มาตรา 159)

สำหรับผู้แจ้งความนำจับการซื้อเสียง หาก ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิดตามมาตรา จะได้เงินสินบนนำจับจากจำนวนเงินค่าปรับด้วย โดยศาลจะเป็นผู้สั่งจ่าย

*** ห้ามจัดรถเกณฑ์คนไปเลือกตั้ง เพื่อจูงใจ-ควบคุมให้เลือกผู้สมัครคนใด

- ห้ามไม่ให้จัดยานพาหนะ นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป-กลับจากการลงคะแนนในที่เลือกตั้ง โดยไม่เสียค่าโดยสาร เพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด

- หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

อย่างไรก็ดี หากเป็นการจัดยานพาหนะฟรีไม่เสียค่าโดยสาร เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป-กลับจากหน่วยเลือกตั้ง ตามปกติประเพณี เช่น พาเพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไปรถคันเดียวกัน โดยไม่ได้จูงใจหรือควบคุมให้ลงคะแนนเสียงผู้สมัคร ส.ส. คนไหน

*** ห้ามผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง เอาบัตรประชาชนของคนอื่น/ปลอมแปลง ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

- หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี (มาตรา 158)

สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ได้แก่

- ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี ในวันเลือกตั้ง

- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

- ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

- วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

กฎหมายเลือกตั้ง ห้ามไม่ให้บุคคลดังกล่าว พยายามจะใช้สิทธิเลือกตั้งโดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นที่เป็นของคนอื่น หรือที่ปลอมแปลงขึ้นมา ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (มาตรา 94)

*** ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งที่รับจากเจ้าหน้าที่

- ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้ดําเนินการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง บัตรปลอม บัตรที่พิมพ์มาเอง หรือได้มาจากคนอื่น ใช้ไม่ได้

- หากฝ่าฝีนมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี (มาตรา 163)

*** ห้ามนำบัตรเลือกตั้ง ออกไปจากหน่วยเลือกตั้ง

- ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนําบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง

- หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี (มาตรา 164)

*** ห้ามทำเครื่องหมายเป็นจุดสังเกตในบัตรเลือกตั้ง

- ห้ามไม่ให้จงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดก็ตาม ไว้ที่บัตรเลือกตั้ง

- หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี (มาตรา 164)

*** ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว

-ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว

- หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 165)

*** ห้ามโชว์บัตรเลือกตั้งที่กาแล้วให้คนอื่นเพื่อให้ทราบว่าเลือกใคร

- ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนเสียงแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนเองได้ลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด

– หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 165)

*** ห้ามขัดขวาง-หน่วยเหนี่ยว ไม่ให้คนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

- ห้ามไม่ให้ผู้ใดขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวจนทำให้ผู้ที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถไปถึงหน่วยเลือกตั้งได้ หรือทำให้ไปใช้สิทธิไม่ทันเวลา

- ระวางโทษที่ลงแก่ผู้ที่ขัดขวางนี้ มีโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น 10 ปี

*** ห้ามนายจ้าง ขัดขวางไม่ให้ลูกจ้างไปเลือกตั้ง

- กฎหมายเลือกตั้งได้กำหนดบทลงโทษแก่ผู้บังคับบัญชา หรือนายจ้างที่กระทำการขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความสะดวกพอสมควรแก่ลูกจ้างในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีโทษถึงจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

#เลือกตั้ง2566


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar