ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงสาย วัดคุ้งตะเภา ประจำปี 2657 ปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมไฟแสงสี โคมยี่เป็ง สวยงามตะการตา 3 วัน 3 คืน
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 21.00 น ณ บริเวณท่าน้ำวัดคุ้งตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงสาย วัดคุ้งตะเภา ประจำปี 2657 ปีนี้เทศบาลตำบลคุ้งตะเภา จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2567 โดยมีโดยมี นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ,นางสายสมร ทองกองทุน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และประชาชนร่วมงานกันอย่างคึกคักท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามริมแม่น้ำ และพระจันทร์เต็มดวง ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 พระครูภาวนากิจจาภิรม กล่าวว่า “ ปีนี้นับเป็นปีที่3 ที่ทางวัดคุ้งตะเภา ได้พร้อมใจกันจัดงานตกแต่งไฟ ประดับโคมยี่เป็ง ตลอดเส้นทางจากหน้าวัดสู่หน้าองค์พระใหญ่ จรดถึงแม่น้ำน่าน ระยะทางกลาง 300 เมตร ที่กลางแม่น้ำมีการประดับพญานาค 1 คู่ เป็นพญานาคเพศผู้และ เพศเมียพ่นน้ำ มีรูปกระทงอยู่ด้านหน้า เป็นสัญญลักษณ์ของการกำเนิดน้ำ เทพแห่งสายน้ำ ความอุดมสมบูรณ์แก่สรรพชีวิตทั้งปวง ปีนี้มีกระทงที่ผลิตจากข้าวโพด สำหรับเป็นอาหารให้กับสัตว์น้ำหรือปลา ออกแบบเป็นรูปสัตว์ต่างๆ สำหรับเด็กและเยาวชน อาทิ หมูเด้ง พญานาค รูปชนิดอื่น และ กระทงที่ผลิตจากลอตเตอรี่ นำลอตเตอรี่และวัสดุเหลือใช้มาทำกระทง สวยงามแปลกตาไม่ซ้ำใคร โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาทำกระทงทั้งหมด ชาวบ้านร่วมใจกันนำมาถวายให้กับทางวัดเพื่อใช้ในกิจกรรมสำคัญนี้ . นอกจากนี้ ในปีนี้ทางวัดได้จัดให้มีการลอยกระทงสาย โดยการนำกะลามะพร้าวมาทำเป็นกระทง ด้วยการหลอมเทียนเทลงในกะลาแล้วนำฝ้ายดิบมาเป็นไส้เทียนปักลงไป ก่อนลอยน้ำกล่าวขอบคุณพระแม่คงคงที่ให้น้ำดื่มน้ำกิน น้ำอุปโภคบริโภค น้ำในการดำรงชีพ พร้อมขอขมาที่ได้นำของเสียลงในแม่น้ำเป็นประเพณีดังเดิม เช่นเดียวกับกระทงดอกไม้ กระทงใบตอง แต่แสงสว่างจากเทียนในกะลาจะอยู่ได้นานนับชั่วโมง ได้จัดเตรียมเอาไว้จำนวนกว่า 10,000 ใบ ทำให้สานน้ำยามค่ำคืนของวัดคุ้งตะเภาสว่างไสว ด้วยแสงเทียนระยิบระยับยามค่ำคืนสวยงามยิ่งนัก . วัดคุ้งตะเภา มีพื้นที่ติดแม่น้ำน่าน เดิมเป็นพื้นที่ตั้งค่ายทหารของพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกคู่กายพระเจ้าตากสิน เพื่อนำทัพไปปราบเจ้าพระฝางหรือก๊กพระฝาง พวกสงฆ์อลัชชี เมืองสวางคบุรี ศูนย์รวมอำนาจรัฐสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2313 ทั้งทางน้ำและทางบกจนได้รับชัยชนะ ในเวลาต่อมา พ.ศ.2492 ชาวบ้านจึงร่วมก่อสร้างวัดพร้อมพระอุโอสถ จนเป็นวัดมาถึงทุกวันนี้. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์....ข่าว ขอขอบคุณเลาขานุการผู้ว่าราชการจังหวัด /ภาพ 15 พ.ย.67

image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar