สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5
ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลเกินค่ามาตรฐานเนื่องจากสภาพอากาศปิดในช่วงวันที่ 23 - 24 ม.ค. ที่ผ่านมา และมีโอกาสที่จะเผชิญสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอีกครั้งในช่วงวันที่ 27 - 28 ม.ค.66
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ติดตามสถานการณ์พร้อมห่วงใยในสุขภาพของประชาชนจากฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงสภาพอากาศหนาว โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ฝุ่นมักเกิดขึ้นในช่วงปลายปีและต้นปี ซึ่งมาจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศในช่วงปลายปี และต้นปีที่มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดการสะสม ซึ่งถือว่าสภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน
PM 2.5 คืออะไร? เกิดจากอะไร?
PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีขนาดประมาณเล็กกว่า เส้นผ่านศูนย์กลาง ของเส้นผมมนุษย์ถึง 20 เท่า ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ป่วยที่มีโรคประจาตัว และสตรี มีครรภ์ สาหรับประเทศไทย พื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 มี 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่
1. พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากการเผา ในพื้นที่ป่าและการเผาวัสดุทางการเกษตร
2. พื้นที่บริเวณหน้าพระลาน จ.สระบุรี สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ที่มีการประกอบกิจการโรงโม่ บดย่อยหินเหมืองหินโรงงานปูนซีเมนต์โรงงานปูนขาว โรงแต่งแร่และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องเช่นการจราจร และบรรทุกขนส่งในพื้นที่เป็นจานวน มาก
3. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สาเหตุหลักมาจากการรถยนต์ดีเซลและจาก การจราจร อุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง
การแก้ปัญหาฝุ่นที่ต้นทางตามสาเหตุต่าง ๆ
การแก้ปัญหา PM 2.5 ภาคการขนส่ง
- ตรวจจับรถควันดำ
- นำรถเก่า เข้าตรวจสภาพ
- ให้รถโดยสารและรถส่วนบุคคลเปลี่ยนสู่ระบบไฟฟ้า
- จัดบริการล้างท่อไอเสียรถยนต์ รถจักรยายนยนต์ให้กับประชาชน
- นำร่อง จัดรถบริการให้บุคลากรเดินทางไปทำงานร่วมกัน
การแก้ปัญหา PM 2.5 ภาคอุตสาหกรรม
- ออกตรวจและบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด ลดการปล่อยมลพิษจากการประกอบกิจการ
- ติดตั้งระบบตรวจสอบการระบายมลพิษทางอากาศแบบอัตโนมัติ
การแก้ปัญหา PM 2.5 จากการเผาในภาคการเกษตร
- ขอความร่วมมือโรงงานน้ำตาลลดการซื้ออ้อยไฟไหม้ และให้ราคาอ้อยสดสูงกว่า เพื่อจูงใจให้เกษตรกรลดการเผา
- สนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตร ส่งเสริมการไถกลบลดภาระเกษตรกร
- นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูป
การบริหารจัดการ “การเผา”
- การกำหนดพื้นที่และช่วงเวลาห้ามเผา
- การบริหารจัดการและจองคิวการเผาในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลเช่น นำแอปพลิเคชัน BurnCheck มาใช้
- การนำเชื้อเพลิง(ใบไม้) มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการเผา
24 จังหวัด ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงกำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่งเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด หากจังหวัดใดที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 51 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกันเกิน 3 วัน ให้พิจารณาเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ส่วนจังหวัดที่มีค่า PM 2.5 ระหว่าง 37.6 - 50 มคก./ลบ.ม. ให้เปิดศูนย์บัญชาการสถานการณ์ระดับจังหวัด รวมถึงให้เร่งรัดสื่อสารความรู้แก่ประชาชนป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงและผลกระทบทางสุขภาพ สำหรับ 24 จังหวัดที่ค่าเกินมาตรฐานมีดังนี้
1. เชียงใหม่
2. ลำปาง
3. ลำพูน
4. แพร่
5. พะเยา
6. พิษณุโลก
7. สุโขทัย
8. นครสวรรค์
9. อุทัยธานี
10. นนทบุรี
11. ปทุมธานี
12. ลพบุรี
13. สระบุรี
14. อ่างทอง
15. นครปฐม
16. สมุทรสาคร
17. สมุทรสงคราม (เปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ แล้ว)
18. สุพรรณบุรี
19. สมุทรปราการ
20. ชลบุรี
21. ระยอง
22. สระแก้ว
23. ขอนแก่น
24. กทม.
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากระบบรายงานสุขภาพของ สธ. วันที่ 24 ม.ค. 2566 พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ รวม 212,674 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 96,109 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ กลุ่มโรคตาอักเสบ ได้ให้สถานพยาบาลทุกแห่งเตรียมความพร้อม ยาและเวชภัณฑ์เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่จากแอปพลิเคชัน Air4Thai พร้อมกับปรับกิจกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน หากค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ขอให้ลดกิจกรรม/การออกกำลังกายกลางแจ้ง หากต้องอยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นสูง ควรใส่หน้ากากชนิด N95 และไม่ควรอยู่เป็นเวลานาน สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ส่วนอาการที่เกิดจากผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 อาทิ แสบตา แสบจมูก อึดอัด แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ปวดศีรษะ อาเจียน ระคายเคืองผิวหนัง ซึ่งหากอาการไม่ทุเลาควรไป พบแพทย์
ความรู้สึกทั้งหมด
44