แพทย์ผิวหนังเตือน กิ้งกือในช่วงหน้าฝนไม่กัดแต่มีพิษทำให้ผิวหนังไหม้!

แพทย์ผิวหนังเตือน กิ้งกือในช่วงหน้าฝนไม่กัดแต่มีพิษทำให้ผิวหนังไหม้!

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เตือนประชาชนในช่วงหน้าฝนให้ระมัดระวัง "กิ้งกือ" แม้จะไม่ใช่สัตว์อันตราย ไม่กัด แต่มีพิษ ที่ส่งผลให้ผิวหนังระคายเคือง

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความลงกลุ่ม แม่แฝกใหม่ เฮาฮักกั๋น พร้อมกับภาพที่มีบาดแผลพุพองเป็นหนอง ภายในหนองนั้นมีเลือดคั่ง รอบบริเวณเป็นสีดำ และระบุว่า “เตือนกันนะครับ เฝ้าระวังลูกๆ หลานๆ ตวยเน้อช่วงนี้ มันนักนา กิ้งกือมีพิษเน้อครับ”...

ด้านนายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงที่อาจจะพบกิ้งกือได้บ่อยๆ ในบ้าน หรือสวนสาธารณะต่างๆ ขอให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกิ้งกือโดยตรง

ถึงแม้กิ้งกือไม่ใช่สัตว์อันตราย ไม่กัด แต่ถ้าสัมผัสถูกตัว อาจจะสัมผัสสารพิษของกิ้งกือซึ่งจะถูกปล่อยออกมาจากบริเวณข้างลำตัว สารพิษเหล่านี้จะมีฤทธิ์ฆ่าสัตว์เล็ก ๆ ประเภทมด หรือแมลง เท่านั้น แต่อาจจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังของมนุษย์ได้เมื่อสัมผัสโดยตรง

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สารพิษของกิ้งกือมีลักษณะเป็นของเหลวใสไม่มีสี ประกอบด้วยสารกลุ่มไฮโดนเจน ไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) ฟีนอล (Phenol) กลุ่มเบนโซควิโนน และไฮโดรควิโนน (Benzoquinones/hydroquinones) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังมีแผลไหม้ได้ และบางรายอาจจะมีอาการปวด รวมทั้งการระคายเคืองของผิวหนังร่วมด้วย

ทั้งนี้ หากถูกพิษของกิ้งกือให้ล้างออกด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดโดยทันที สามารถทายาแก้อักเสบ และให้การรักษาได้ตามอาการ โดยทั่วไปอาการมักจะหายภายใน 1 สัปดาห์ หากมีอาการรุนแรงให้รีบมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที

 

ดูข้อมูลเชิงลึก

โปรโมทโพสต์

ความรู้สึกทั้งหมด

22


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar